วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

-->
จ้าเสือข่านฟ้า (ภาษาไทใหญ่ : เจาเสอข่านฟ่า;ภาษาไทใต้คง เจาเสอข่านฟ่า) หรือเจ้าหลวงเสือข่านฟ้าทรงเป็นวีระบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทใหญ่เพราะทรงรวบรวมรัฐไทใหญ่ต่างๆที่เป็นอิสระต่อกัน ให้มาเป็นอาณาจักรเดียวกันภายใต้ชื่ออาณาจักรเมืองมา วหลวง ในรัชสมัยนี้อาณาจักรเมืองมาวหลวงมีอำนาจเกรียงไกรและเจริญรุ่งเรืองที่สุด ในประวัติศาสตร์ไท ใหญ่

เนื้อหา

1 พระราชประวัติ

พระ ราชประวัติ

เจ้าเสือข่านฟ้าเป็นพระราชโอรสในเจ้าหลวงขุนผางคำกับพระนางอ่อนโดยมีพระ เชษฐาและพระอนุชาร่วมกัน 3 พระองค์คือ
ขุนอ้ายงำเมือง
  1. ขุนยี่ข่างคำ(เสือข่านฟ้า)
  2. ขุนสามหลวงฟ้า
หลังจากที่พระราชบิดาสวรรคตแล้ว เสนาอำมาตย์ได้ยกขุนยี่ข่างคำเป็นเจ้าฟ้าปกครองเมืองมาว[1] ต่อมา โดยเริ่มขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 1854 เมื่อพระชนมายุได้ 21 ปี เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ มีพระนามว่าเสือข่านฟ้า และทรงสร้างเมืองใหม่ชื่อว่าเมืองแจ้ไฮ่ และในอีก 2 ปีต่อมาก็ทรงย้ายไปสร้างเวียงแจ้ล้านอีก เพราะเป็นพื้นที่ ชัยภูมิทางยุทธศาสตร์
หลังจากที่ได้ทรงย้ายเมืองหลวงแล้ว พระองค์จึงดำริที่จะรวบรวมรัฐชนเผ่าไทใหญ่ ซึ่งตั้งเมืองอยู่กระ จัดกระจายกันไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยไม่ขึ้นตรงต่อกัน ให้มาเป็นรัฐเดียวกัน ดังนั้น พระองค์จึงทรงเริ่มออกศึก เพื่อรวบรวมรัฐไทใหญ่ ให้เป็นเอกภาพ เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า ทรงทำให้รัฐไทยใหญ่ต่าง ๆ เข้ามารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันที่มีอาณาเขตกว้างขวาง และเจริญรุ่งเรืองมาก พระองค์ได้ทรงย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ทุ่งปางหมากอู๋ เรียกว่าเวียงท่าสบอู๋ และทรงสิ้นพระชนม์ที่นั่นในปีพ.ศ. 1907

การ รวบรวมรัฐไทใหญ่

รวบ รวมอาณาจักรแสนหวี เวียงแสนแจ้

พระองค์ได้ส่งสาสน์ไปยังเจ้าท้าวน้อยแข่ ผู้ครองอาณาจักรแสนหวี[2]เวียง แสนแจ้ เพื่อปรึกษาหารือใน เรื่องการรวมรัฐ แต่เจ้าท้ายน้อยแข่มิทรงยอมรับ และไม่มาปรึกษาหารือเพื่อการดังกล่าวด้วย เป็นเหตุให้เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยเจ้าสามหลวงฟ้า พระอนุชา ยกทัพไปตีเวียงแสนแจ้ จนเป็นเวียงแสนแจ้ได้รับความเสียชาวเมืองจึงขอร้องให้เจ้าท้าวน้อยแข่ยอมมอบ ตัวให้แก่เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า อาณาจักรแสนหวีเวียงแสน แจ้ได้รวมเข้าในเมืองมาวหลวงมาตั้งแต่นั้นมา

รวบ รวมเวียงจุนโก เมืองมีด และเชียงดาว

เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าได้ทรงส่งสาล์นไปยังเวียงจุนโก เมืองมีด และเชียงดาว[3] เพื่อเชื้อเชิญเจ้าฟ้าผู้ปกครองเมือง มายังเวียงแจ้ล้าน ซึ่งผู้ปกครองเมืองดังกล่าวในสมัยนั้น คือ เจ้าไตขืน เจ้าไตไก่ เจ้าไตเต่า เจ้าไตแตง และขุนสามอ่อน ไม่ยอมปฏิบัติตาม และยังได้จับราชทูต 7 คนประหารชีวิต โดยรอดชีวิตมาได้ 3 คน และได้ส่งทหารไปเผาทำลายบ้านเมืองทางใต้ของเมืองมาวทำให้เกิดสงคราม ครั้งใหญ่ ท้ายสุด ชาวเมืองขอร้องให้เจ้าไตขืนยอมแพ้ ชาวเมือง ก็ยอมสวามิภักดิ์ แม่ทัพนายกองจึงจับเจ้าไตขืนมอบให้เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า และในปีต่อมาก็ได้เข้า ยึดหัวเมือง ใหญ่ทางตอนใต้เมืองมาว อันได้แก่ ยองห้วย จ๋ามกา เมืองปาย และเมื่องอื่น ๆ บริเวณนั้น

รวบ รวมหัวเมืองยูนนาน

พ.ศ. 1860 เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าได้ยกทัพใหญ่ขึ้นเหนือไปยังยูนนาน เจ้าเมืองแสหอตู้แห่งยูนนานจึงได้ออกมาเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดการสงคราม และได้มอบหัวเมืองทั้ง 4 ให้คือ เมืองแส[4] เมืองหย่งชาง เมืองหมูอาน เมืองปูขว้าน แล้วพระองค์ก็เดินทางกลับเมืองมาว

รวบ รวมหัวเมืองไทยวน

หลังจากที่กลับจากยูนนาน เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าก็ทรงยกทัพไปทางทิศตะวันออก เพื่อรวบรวมรัฐชน เผ่าไตในทิศตะวันออก และทรงยึดหัวเมืองไทยวน ซึ่งประกอบด้วย เมืองเชียงรุ่ง เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองเชียงตุง ลำพูน และละกอน[5]

รวบ รวมเมืองเวสาลี

พ.ศ. 1862 เจ้าเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยพระอนุชาคือเข้าสามหลวงฟ้า และแม่ทัพ 3 คน คือ ฟ้าหลวงเท้าฟ้าหล่อ ฟ้าหลวงเท้าเสือเย็น ฟ้าหลวงท้าวหาญก่าย ยกทัพไปทางทิศตะวันตกตีเมืองเวสาลี หรือแคว้นอัสสัม และยกให้พระอนุชาครองเมือง

ยก ทัพไปพม่า

พ.ศ. 1905 เจ้าเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยพระโอรส คือ เจ้าชายเปี่ยมฟ้า และแม่ทัพ 3 คน คือ ฟ้าหลวงเท้าฟ้าหล่อ ฟ้าหลวงเท้าเสือเย็น ฟ้าหลวงท้าวหาญก่าย ยกทัพไปทางทิศตะวันตกตีเมืองตะโก้ง[6] เมืองสะแกง[7]และ หัวเมือง พม่าอื่น ๆ และสามารถยึดได้ทั้งหมดปี พ.ศ. 1905

หมาย เหตุ

1.       ^ เมืองมาวปัจจุบันคือเมืองรุ่ยลี่ในเขตปกครองตนเองชนชาติไท และจิ่งพัว เต๋อหง มณฑลยูนนาน
2.       ^ เมืองแสนหวีปัจจุบันคือเมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานในสหภาพพม่า
3.       ^ เมืองเชียวดาวปัจจุบันคืออำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ในประเทศไทย
5.       ^ เมืองละกอนปัจจุบันคือจังหวัดลำปางในประเทศไทย
6.       ^ เมืองตะโก้งปัจจุบันคือเมืองย่างกุ้งในสหภาพพม่า
7.       ^ เมืองสะแกงในปัจจุบันคือเมืองสะกาย เขตสะกายในสหภาพพม่า

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

ေꨁꨣꨳတူင္ꨵတꨀ္ꨵ

မ္ꨮꨲသုင္ꨁꨣꨳ ပီꨳꨓြင္ꨵတꨯးꨀူꨳေꨀꨣꨵ။
ပလြꨀ္ꨵꨓꨯꨵ ယူိင္းꨡꨤꨓ္းတꨣꨲေတပꨱꨓ္လြင္ꨳꨟူꨵတꨤင္းꨟꨓ္ ꨀူꨳလြင္ꨳလြင္ꨳတြꨓ္ꨳတꨣꨲပီꨳꨓြင္ꨵတꨯး ဝꨣꨳꨅုိင္ꨵꨓင္ꨲꨓꨯ ေသယဝ္ꨵꨬလꨳ လꨯꨳသꨤင္ꨳꨁုိꨓ္ꨳမꨣးꨁꨣꨳေꨡꨣꨳ။ ꨀြပ္ꨳꨓꨓ္ꨵꨬလꨳ ꨕူꨳလ္ꨮ ေꨀꨣꨵလ္ꨮ ꨡမ္ꨲဝꨣꨳပꨱꨓ္ယိင္းꨬꨓꨲ ꨅꨤꨯး၊ ꨡမ္ꨲဝꨣꨳပꨱꨓ္ လꨱꨀ္ꨵယ္ꨮꨲꨓုမ္ꨲထဝ္ꨳ သင္ဝꨣꨳꨟꨓ္တီꨳꨡꨓ္ꨡမ္ꨲတꨱမ္ထူꨓ္ꨳꨓꨯေꨀꨣꨳ ꨁꨰꨓ္းေတꨣꨳမူꨓ္ꨵꨬမးꨀမ္ꨵထꨰမ္ ပꨓ္ေသꨀမ္းꨁꨣꨳ။ 
ꨓ္ꨮးပလြꨀ္ꨵꨓꨯꨵ ေတမီးလြင္ꨳꨁꨤဝ္ꨲꨀူꨳမိူင္းမူိင္း ꨡꨓ္ေတꨀꨱဝ္ꨲꨀပ္းꨬလꨳ ေတမီးꨕြꨓ္းလီတြꨓ္ꨳတꨣꨲပီꨓြင္ꨵတꨯး၊ ေတမီးꨀꨤꨓ္ꨕꨣꨲသꨣꨲ သꨣꨲသꨓꨣꨲ၊ လြင္ꨳꨀꨤꨓ္ꨀူꨓ္းꨓမ္၊ ꨀꨤꨓ္ပꨯꨤးယူꨲလီꨅꨀꨮꨣꨲ ꨡꨓ္ေတပꨱꨓ္ꨕြꨓ္းလီတꨣꨲ ပီꨳꨓြင္ꨵတꨯး ꨀူꨳတီꨳတီꨳꨓꨓ္ꨵꨁꨣꨳ။
ꨀꨮꨤမ္းတꨯးမီးဝꨣꨳ ꨸ꨅြꨯꨳꨀꨓ္ꨀိꨓ္ꨅင္ꨲဝꨤꨓ္၊ ꨅြꨯꨳꨀꨓ္ꨟꨤမ္ꨅင္ꨲမဝ္၊ ꨅꨯြꨳꨀꨓ္ꨡဝ္ꨅင္ꨲလꨯꨳ꨸ꨓꨯꨬလꨳ ꨁ္ꨮꨳꨟꨮ္ꨳꨅြꨯꨳꨀꨓ္ ဝူꨓ္ꨵꨬမးထတ္းသꨤင္ꨬလꨳ ပꨓ္တꨤင္းꨁꨯꨳꨅ္ꨮမꨣး မူိꨓ္ꨓင္ꨲတꨤင္းꨟꨓ္ထုိင္ꨅဝ္ꨳꨀဝ္ꨲမီးဝꨯꨵꨓꨓ္ꨵꨓꨯꨁꨣꨳေꨡꨣꨳ။
မီးတꨤင္းꨁြပ္ꨳꨅ္ꨮယ္ꨮꨲꨓမ္ꨓူိဝ္ ꨕူꨳပုိတ္ꨲလူꨲတူꨉ္းꨬလꨳ ပꨓ္တꨤင္းꨁꨯꨳꨅ္ꨮမꨣꨳ ꨀူꨳꨀူꨳေꨀꨣꨵꨓꨓ္ꨵꨁꨣꨳေꨡꨣꨳ။
မီးတꨤင္းꨓပ္ꨵယမ္ေသယဝ္ꨵꨬလꨳ (မꨟꨣꨲꨅꨯꨤး)